ข้อมูลอ้างอิง https://citly.me/buVUn
แกงแคหอย เป็นอาหารพื้นบ้านล้านนา มีรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม หอมข้าวคั่ว น้ำปลาร้า และ เครื่องเทศสมุนไพรต่าง ๆ เป็นอาหารที่มีประโยชน์ เนื่องจากมีคุณค่าทางด้านโภชนาการในหลาย ๆ อย่าง และมีสรรพคุณทางยาจากเครื่องเทศและสมุนไพรต่าง ๆ
ส่วนผสม
1. หอยขม 5 ขีด
2. ข่า 5 แว่น
1. หอยขม 5 ขีด
2. ข่า 5 แว่น
3. เมล็ดผักชี 1 ขีด
4. กระเทียม 10 กลีบ
5. น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ทัพพี
6. กะปิ 1/2 ช้อนโต๊ะ
7. พริกชี้ฟ้าแห้ง 10 เม็ด
8. หอมแดง 5 หัว
4. กระเทียม 10 กลีบ
5. น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ทัพพี
6. กะปิ 1/2 ช้อนโต๊ะ
7. พริกชี้ฟ้าแห้ง 10 เม็ด
8. หอมแดง 5 หัว
9. ตะไคร้ 1หัว
10. ชะอม 2 ขีด
11. ชะพลู 5 ใบ
12. ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต้ะ
13. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต้ะ
14. มะเขือ 3 ลูก
15. ถั่วฝักยาว 3 ฝัก
วิธีการทำ
วิธีการทำ
1. ใส่พริกชี้ฟ้าแห้ง กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ เมล็ดผักชี ข่า ลงในครก โขลกให้ละเอียด
3. ใส่กะปิ และน้ำปลาร้าลงในครก
4. นำหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืช และนำน้ำริกใส่คั่วให้หอม ใส่หอย มะเขือ ถั่วฝักยาว เติมน้ำเล็กน้อย ตั้งไว้
10 นาที
10 นาที
5. ใส่ข้าวคั่ว ชะอม และข้าวคั่ว
สรรพคุณของวัตถุดิบ
ใบชะพลู
ใบชะพลู มีรสเผ็ดร้อน ช่วยทำให้เจริญอาหารมากยิ่งขึ้น ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ได้ใบชะพลู มีเบต้า-แคโรทีน ในปริมาณมาก ซึ่งช่วยบำรุง และรักษาสายตา ช่วยในการมองเห็น ป้องกันโรคตาบอดตอนกลางคืน แก้โรคตาฟาง เป็นต้น ช่วยยับยั้ง และชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยบำรุงกระดูก และฟัน และช่วยป้องกัน การเกิดโรคกระดูกพรุน และช่วยในการขับถ่าย เนื่องจากมีเส้นใยในปริมาณมากที่มา https://shorturl.asia/xVXMv
ชะอม
ชะอมมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งชะอมมีกากใยอาหารสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย ช่วยลดความร้อนในร่างกายได้ รากชะอม สามารถนำมาฝนกิน ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยขับลมในท้องได้ที่มาที่มา https://shorturl.asia/KgQ5G
ข่า
ด้วยคุณสมบัติทางยามากมาย ทำให้มีการนำข่า มาเป็นยารักษาโรค โดยในส่วนของเหง้าข่า นำมารักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลมในลำไส้ แก้ลมพิษ รักษาโรคกลากเกลื้อน อาการแน่นจุกเสียดตามช่องท้อง
ส่วนหน่อ ใช้บำรุงธาตุ แก้ลมแน่นหน้าอก ส่วนใบ ใช้แก้กลากเกลื้อน ฆ่าพยาธิ ส่วนผล ก็สามารถนำไปบด แล้วเอามาทา แก้อาการปวดฟันได้ ฯลฯ ด้วยคุณประโยชน์ที่สามารถนำมาใช้รักษาโรคได้ทั้งต้น คนโบราณจึงนิยมนำ ข่า มาทำเป็นยาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
ส่วนหน่อ ใช้บำรุงธาตุ แก้ลมแน่นหน้าอก ส่วนใบ ใช้แก้กลากเกลื้อน ฆ่าพยาธิ ส่วนผล ก็สามารถนำไปบด แล้วเอามาทา แก้อาการปวดฟันได้ ฯลฯ ด้วยคุณประโยชน์ที่สามารถนำมาใช้รักษาโรคได้ทั้งต้น คนโบราณจึงนิยมนำ ข่า มาทำเป็นยาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
ที่มา https://shorturl.asia/lEoin
ตะไคร้
ตไคร้ ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร ทำไห้เจริญอาหาร ช่วยย่อยอาหาร ทำให้ระบบย่อยอาหารสะอาดขึ้น และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยล้างพิษในร่างกาย เพราะตะไคร้มีคุณสมบัติขับปัสสาวะ ทำให้เราปัสสาวะบ่อยขึ้น สารพิษและกรดยูริคจะถูกขับออกจากร่างกาย ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและช่วยซ่อมแซมระบบประสาทได้ ช่วยลดอาการอักเสบ ตะไคร้ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและช่วยบรรเทาอาการปวดต่าง ๆ ได้ เช่น ปวดฟัน ปวดตามข้อปวดกล้ามเนื้อ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ ช่วยแก้และบรรเทาอาการหวัด
ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง รักษาโรคหอบหืด
ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง รักษาโรคหอบหืด
ที่มา https://shorturl.asia/WPVoi
เมล็ดผักชี
เมล็ดผัดชี แก้พิษตานซาง แก้กระหายน้ำ แก้ลมวิงเวียน แก้บิด ถ่ายเป็นเลือด แก้ริดสีดวงทวาร แก้ปวดฟัน ช่วยย่อยอาหาร ขับลม บำรุงธาตุ ต้มน้ำอาบเมื่อเป็นหัด แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ใช้ผลิตเป็นน้ำมันเมล็ดผักชี ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหย หากถูกผิวนานๆ อาจระคายเคืองได้https://shorturl.asia/qy3bd
หอมแดง
หอมแดง เป็นพืชที่มีรสฉุน ซึ่งมีสรรพคุณที่ช่วยในการรักษาอาการเจ็บป่วยได้มากมาย โดยเฉพาะโรคหวัด ซึ่งในหอมแดงนั้นจะมีน้ำมันอัลลิลิกไดซัลไฟด์ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นน้ำมันหอมระเหย เมื่อสูดดมกลิ่นเข้าไปจะช่วยรักษาอาการหวัดแบบไม่มีไข้ มีฤทธิ์ในการต้านสารแปลกปลอมต่าง ๆ นอกจากนี้ หอมแดงยังอุดมไปด้วยวิตามิน และคุณค่าทางอาหารมากมาย ซึ่งช่วยบำรุงสมอง ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี รวมทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ และสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาเรื่องผิวพรรณบนใบหน้า โดยเฉพาะปัญหาของสิวและจุดด่างดำที่มา https://shorturl.asia/tMPRN
กระเทียม
กระเทียม เป็นพืชที่มีรสฉุน ซึ่งมีสรรพคุณที่ช่วยในการรักษาอาการเจ็บป่วยได้มากมาย โดยเฉพาะโรคหวัด กระเทียมเป็นพืชสมุนไพรเก่าแก่ซึ่งมีฤทธิ์ทางยาหลายอย่าง แม้กระทั่งบิดาทางการแพทย์ของกรีกโบราณคือ ฮิปโปเครติส ก็ยกย่องว่ากระเทียมคือสมุนไพรที่ให้ประโยชน์ทางยาสูงสุดชนิดหนึ่ง เช่น ต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง ต้านการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสบางชนิด ที่สำคัญคือ ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลและไขมันชนิดไม่ดีที่ร่างกายไม่ต้องการ จึงแนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดตีบตันกินกระเทียมเป็นประจำ
ที่มา https://nutrilite.co.th/th/article/garlic

